RSS ข่าวสาร

02 มกราคม

20 ที่เที่ยวหน้าหนาว ชมทะเลหมอก หยอกล้อกับขุนเขา ท่ามกลางลมหนาวในช่วงสิ้นปี

 

เข้าสู่ช่วงปลายหน้าฝนลมหนาวที่ทุกคนคิดถึงกำลังจะกลับมาแล้ว ซึ่งในแต่ละปีช่วงสิ้นปีแบบนี้ถือเป็นโอกาสสุดพิเศษในการออกไปท่องเที่ยวชมความสวยงามของประเทศไทย

ในปีนี้ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวหน้าหนาวกันอยู่ Sanook! Travel มี 20 ที่เที่ยวหน้าหนาว ให้คุณได้ไปสัมผัสกับลมหนาวท่ามกลางอ้อมกอดของธรรมชาติ

1.ภูลังกา

phulanka(2)

สัมผัสกับสุดยอดแห่งวิวภูเขาสวยที่ถูกรายล้อมไปด้วยสายหมอก ดั่งภาพวาดที่ถูกเนรมิตขึ้นมาอย่างงดงาม นอนชมวิวทะเลหมอกและขุนเขาได้จากบนที่นอนเลยทีเดียว เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางในฝันในหน้าหนาวนี้ที่ไม่ควรพลาดครับ

phulanka

ที่ตั้ง : 125 หมู่ 4 ตำบล ผาช้างน้อย อำเภอ ปง จังหวัด พะเยา

ติดต่อ : 086 191 0291

2.ห้วยน้ำดัง

13892105_1459037487455175_259

ถ้าหากจะพูดถึงที่เที่ยวชมทะเลหมอกในหน้าหนาว ห้วยน้ำดังจะต้องขึ้นเป็นรายชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงแน่นอน สำหรับคนที่ไม่เคยไปห้วยน้ำดังขอบอกเลยว่านี่คือสวรรค์สำหรับคนที่ชอบเที่ยวชมทะเลหมอกจริงๆ ด้านบนสามารถนอนกางเต็นท์รอชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าได้ด้วย และที่สำคัญด้านบนนี้หนาวมาก!!!

13872904_1459037764121814_380

ที่ตั้ง : ตำบล กื้ดช้าง อำเภอ แม่แตง จังหวัด เชียงใหม่

ติดต่อ :  053 248 491 

3.หินสามวาฬ

20294239_1464366426977387_446

ที่นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามและมหัศจรรย์มากๆ หินก้อนใหญ่ขนาดยักษ์ที่มีรูปทรงคล้ายกับหัววาฬ 3 ก้อน วางเรียงกันอยู่ในแนวป่าของเขตพื้นที่วนอุทยานชาติภูสิงห์ เป็นมุมถ่ายรูปสุดชิค ที่ถ่ายออกมาแล้วเท่มากๆ ยิ่งในวันที่มีหมอกลงในช่วงหน้าหนาวแบบนี้บอกเลยว่า นี่คือความสมบูรณ์แบบที่ธรรมชาติสร้างมาอย่างแท้จริง

fwe

ที่ตั้ง :  ตำบล โคกก่อง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัด บึงกาฬ 

ติดต่อ : 088 563 8852

4.เขาตะเคียนโง๊ะ 

20799440_461233564251259_2785

หากพูดถึงที่เที่ยวเขาค้อ เชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าด้านบนเขาค้อนั้นมีจุดชมวิวสุดมหัศจรรย์ซ่อนอยู่ด้วย เขาตะเคียนโง๊ะจุดสูงสุดบนยอดเขาค้อ สามารถขึ้นไปนอนกางเต็นท์ชมวิวในช่วงเช้าได้ โดยวิวเบื้องหน้านี้จะมีภูเขาลูกหนึ่งที่รูปร่างลักษณะมองดูคล้ายภูเขาไฟฟูจิที่ประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว 

20882519_461233747584574_1259

ที่ตั้ง : ตำบล หนองแม่นา อำเภอ เขาค้อ จังหวัด เพชรบูรณ์

5.ภูหินร่องกล้า

20621191_1443263412421611_677

ใครอยากจะลองสัมผัสบรรยากาศการเดินป่าแบบชิลๆ ทางไม่โหดมาก แต่สองข้างทางเต็มไปด้วยความสวยงามของธรรมชาติ ให้ลองไปเที่ยวที่ภูหินร่องกล้าในช่วงหน้าหนาวกันดูครับ ระหว่างเดินป่าในบางช่วงคุณจะถูกห้อมล้อมไปด้วยสายหมอก ที่ปกคลุมอยู่ทั่วป่า และมีจุดชมวิวบริเวณลานหินปุ่มเป็นมุมไฮไลท์ในการถ่ายรูปด้วย 

20645906_1445192865561999_102

ที่ตั้ง :  ตำบล เนินเพิ่ม อำเภอ นครไทย จังหวัด พิษณุโลก 

ติดต่อ : 081 596 5977

6.เสม็ดนางชี

18342233_1984645358430058_585

ใครว่าหน้าหนาวเที่ยวได้แต่ภาคเหนือ จริงๆ แล้วในภาคเหนือเองก็ยังคงมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะจะมาเที่ยวในหน้าหนาวแบบนี้อยู่อีกหลายที่ เสม็ดนางชีเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวต้องห้ามพลาดในหน้าหนาว วิวธรรมชาติสุดอลังการที่คุณสามารถนอนชมวิวอ่าวพังงาและภูเขาน้อยใหญ่ได้แบบพาโนรามา ในช่วงพระอาทิตย์ตกท้องฟ้าเปลี่ยนสีสันอย่างงดงาม ในตอนกลางคืนมีดาวนับล้าน และในช่วงเช้าบางวันมีทะเลหมอกด้วย วิวสวยอลังการสุดๆ 

18403416_1984645241763403_364

ที่ตั้ง :  ตำบล คลองเคียน อำเภอ ตะกั่วทุ่ง จังหวัด พังงา

ติดต่อ :  081 894 1159

7.ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง

37050829_1788362337911715_371

อีกหนึ่งที่เที่ยวหน้าหนาวของภาคใต้กับทะเลหมอกอัยเยอร์เวง แห่งเมืองเบตง จังหวัดยะลา ที่นี่ถือได้ว่าเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในภาคใต้เลยก็ว่าได้ ด้วยลักษณะภูมิประเทศของเบตงที่ถูกปกคลุมไปด้วยขุนเขาน้อยใหญ่ทำให้พื้นที่บริเวณนี้มีอากาศเย็นสบาย และมีหมอกหนาๆ ในยามเช้าให้เราได้ชมกัน เดินทางง่ายสามารถนั่งรถขึ้นไปได้ถึงจุดชมวิวอีกด้วย

37046582_1788362357911713_135

ที่ตั้ง : ตำบล อัยเยอร์เวง อำเภอ เบตง จังหวัด ยะลา

ติดต่อ : 086 299 9166

8.ภูกระดึง

img_3215

หากหน้าหนาวกำลังจะเข้ามาถึงแล้วแน่นอนว่าเป็นสัญญาณเตือนในทุกปีว่าได้ได้เวลาของเทศกาลขึ้นภูกระดึงกันแล้ว สำหรับนักเดินป่าและนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติทุกคนนั้นภูกระดึงถือเป็นจุดเริ่มต้นในการดื่มด่ำกับธรรมชาติ ใครต่อใครที่เคยผ่านเส้นทางสายนี้มาแล้วต่างประทับใจในความงดงามของธรรมชาติและ เรื่องราวระหว่างทางยังเป็นเรื่องเล่าที่จะทำให้คุณไม่ลืมเลือนที่นี่เลย หน้าหนาวนี้ใครไม่เคยขึ้นภูกระดึงไปลองกันครับ

dsc05740

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติภูกระดึง อำเภอ ภูกระดึง จังหวัด เลย

ติดต่อ :  042-810833

9.ผาชู้

ahr0chm6ly9zlmlzyw5vb2suy29tl_2

หากคุณเคยได้ยินชื่อดอยเสมอดาวกันมาเยอะแล้ว เราขอแนะนำอีกหนึ่งจุดกางเต็นท์ชมทะเลหมอกที่สวยงามไม่แพ้กับดอยเสมอดาว ผาชู้ ตั้งอยู่ติดๆ กับดอยเสมอดาว แต่พิเศษกว่าตรงที่มีปริมาณนักท่องเที่ยวน้อยกว่าดอยเสมอดาวมาก โดยเฉพาะในช่วงวันหยุด ที่นี่จะมีความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากกว่าดอยเสมอดาว แต่มีความความงดงามที่ไม่ต่างกันมาก หมอกมาอย่างจัดเต็มทุกวันในยามเช้าช่วงหน้าหนาว และในตอนกลางคืนถือเป็นไฮไลท์เลยก็ว่าได้เพราะที่นี่ดาวสวยมาก!

25601024_171024_0018

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ตำบล ศรีษะเกษ อำเภอ นาน้อย จังหวัด น่าน

ติดต่อ :  02562 0760

10.ดอยอินทนนท์

19657028_1967944739897778_606

เที่ยวดอยอินทนนท์ในช่วงหน้าหนาวแบบนี้ถือว่าเป็นความฟินที่ไปได้ไม่มีเบื่อเลยทีเดียว เพราะในปีๆ หนึ่งเราจะได้สัมผัสกับอากาศหนาวๆ แบบนี้ได้แค่ไม่กี่ครั้ง แต่บนยอดดอยอินทนนท์นั้นถือว่าเป็นจุดที่พีคที่สุดเลยก็ว่าได้ ทั้งอากาศที่หนาวเย็น และป่าไม้ที่ยังคงสมบูรณ์เขียวขจี จุดชมวิวทะเลหมอกกิ่วแม่ปานที่มีความงดงามไม่แพ้ที่ใด น้ำตกวชิรธารที่มีสายน้ำไหลเย็นเพิ่มความสดชื่นให้แก่นักท่องเที่ยวทุกคน เป็นที่เที่ยวหน้าหนาวที่ไม่ควรพลาด

Advertisement

19875359_1967944699897782_358

ที่ตั้ง : ตำบล บ้านหลวง อำเภอ จอมทอง จังหวัด เชียงใหม่

ติดต่อ : 053 286 729 

11.บ้านอีต่อง เหมืองปิล๊อก

obf77fd7c20d8c808cf4511252ef0

ใครที่ได้เยือนดินแดนแห่งนี้เป็นครั้งแรก รับรองเลยว่าคุณจะรู้สึกเหมือนกับได้หลุดไปอยู่ในดินแดนแห่งสายหมอกอย่างแท้จริง ทั้งวันทั้งคืนในหมู่บ้านจะถูกปกคลุมไปด้วยสายหมอก ด้วยความที่หมู่บ้านนี้มีพื้นที่อยู่สูงและมีภูเขาปกคลุมทำให้อากาศเย็นสบาย มองไปทางไหนก็เห็นแต่ธรรมชาติ รวมถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ยังคงสวยงามอีกด้วย และที่สำคัญก็คือใครไปเที่ยวบ้านอีต่องจะต้องได้รูปภาพสวยๆ กลับมาแน่นอน!

obf77fd7c20d8c808cf4511252ef0_1

ที่ตั้ง : บ้านอีต่อง ตำบล ปิล็อก อำเภอ ทองผาภูมิ จังหวัด กาญจนบุรี

12.เขากระโจม

ahr0chm6ly9zlmlzyw5vb2suy29tl_4

ทะเลหมอกใกล้กรุงเทพ ที่ใครๆ ก็สามารถไปเที่ยวได้ ไปพักผ่อนในอำเภอสวนผึ้ง ตอนเช้าขึ้นไปชมทะเลหมอกสุดอลังการบนเขากระโจม แบบ 360 องศา ชมผืนป่าที่กั้นเขตแดนไทย - พม่าจากบนยอด อากาศหนาวเย็นสบาย ในแบบที่ไม่น่าเชื่อว่าแค่ไม่กี่ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ จะมีสถานที่สวยงามและธรรมชาติสมบูรณ์ขนาดนี้

img_5215

ที่ตั้ง : อำเภอ สวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

13.ยอดเขาเทวดา

putier3

อีกหนึ่งจุดชมทะเลหมอกใกล้กรุงเทพ ยอดเขาเทวดา จังหวัดสุพรรณบุรี อีกหนึ่งเส้นทางเดินป่าที่มือใหม่ก็สามารถเดินได้ ที่นี่มีทะเลหมอกให้ชมตลอดทั้งปีและจะมีเยอะในช่วงหน้าหนาว ซึ่งเป็นวิวทะเลหมอกที่สวยงามอลังการใช้ได้เลยทีเดียว ลองหาวันหยุดไปเดินป่าพิชิตยอดเขาเทวดากันครับ เพราะเชื่อว่าหลายคนยังไม่รู้ว่าสุพรรณบุรีก็มีทะเลหมอกให้ชมด้วย

putier6

ที่ตั้ง : ตำบล วังยาว อำเภอ ด่านช้าง จังหวัด สุพรรณบุรี

ติดต่อ : 081 934 2240

14.เขาพะเนินทุ่ง

pa

ตำนานแห่งจุดชมทะเลหมอกใกล้กรุงเทพ เขาพะเนินทุ่งยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในทุกปี ด้วยการเดินทางที่สะดวกสบายใกล้กรุงเทพฯ รถโฟร์วิลสามารถขับขึ้นไปจนถึงยอดได้เลย นอนกางเต็นท์ที่นี่สักคืน ดื่มด่ำกับธรรมชาติให้เต็มที่ สัมผัสกับอากาศหนาวเย็นสะใจ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมนักท่องเที่ยวหลายๆ คนถึงได้เลือกเดินทางมาพักผ่อนที่นี่กันทุกปี

pnt

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัด เพชรบุรี

ติดต่อ :  0 3245 9293

15.ภูป่าเปาะ

ahr0chm6ly9zlmlzyw5vb2suy29tl_1

ฟูจิไทยแลนด์ ภูป่าเปาะจังหวัดเลย จากจุดชมวิวภูป่าเปาะนั้นสามารถมองไปเห็นภูหอซึ่งมีรูปร่างคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิเป็นอย่างมาก ในช่วงหน้าหนาวจะมีทะเลหมอกห้อมล้อมภูหอแห่งนี้ไว้ ทำให้มองดูคล้ายฟูจิยิ่งขึ้นไปอีกเป็นอีกหนึ่งอันซีนของจังหวัดเลย ที่ไม่ควรพลาด

19576856_1407183092696310_209

ที่ตั้ง : ตำบล ปวนพุ อำเภอ หนองหิน จังหวัด เลย

ติดต่อ :  042 812 812

16.ภูบักได

14907139_1160413470706608_842

อีกหนึ่งอันซีนแห่งจังหวัดเลย ที่เราอยากจะแนะนำให้ทุกคนได้ลองไป ภูบักได แหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์แอดเวนเจอร์อย่างเต็มที่ทั้งการนั่งรถอีแต๊กลุยเข้าไปในทางลาดชันที่เป็นดินแดง และเดินป่าขึ้นไปสู่ยอดภูบักได และสุดท้ายไฮไลท์ที่ห้ามพลาดนั่นก็คือการถ่ายภาพบนกับหินหลอกลวงที่ต้องใช้มุมกล้องดีๆ ถ่ายออกมาแล้วจะเหมือนกับว่าคุณนั่งห้อยขาอยู่ริมหน้าผาเลยทีเดียว

14908282_1014598512018622_196

ที่ตั้ง : ตำบล ปลาบ่า อำเภอ ภูเรือ จังหวัด เลย

ติดต่อ : 087-866-2648

17.ภูเตาโปง

ahr0chm6ly9zlmlzyw5vb2suy29tl

ที่เที่ยวธรรมชาติแห่งใหม่ในจังหวัดเลย ที่กำลังโด่งดังขึ้นมาในวงการการท่องเที่ยว ณ ขณะนี้ ภูเตาโปง อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จุดชมทะเลหมอกสุดอลังการ ที่ใครๆ ต่อใครได้เห็นเป็นต้องตกตะลึงในความงดงาม โดยพื้นที่บริเวณนี้เป็นป่าชุมชนที่ชุมชนได้ช่วยกันอนุรักษ์เอาไว้ทำให้ ป่าไม้ยังคงมีความสมบูรณ์ อากาศหนาวเย็นสบาย รอต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนไปเยี่ยมชมกันในช่วงหน้าหนาวนี้

23847778_1541742119234919_193

ที่ตั้ง : ตำบล นาหอ อำเภอ ด่านซ้าย จังหวัด เลย

ติดต่อ : 095 730 3433 

18.ภูอีเลิศ 

26238905_431723920575634_6541

ทะเลหมอกที่นี่มองดูคล้ายสายน้ำที่พลิ้วไหวคดเคี้ยวไปตามแผ่นดิน เพราะหมอกมีความหนาแน่นมาก เนื่องจากบริเวณนี้มีอากาศเย็นจัด เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวที่ถูกค้นพบขึ้นมาใหม่ในจังหวัดเลยเช่นกัน แน่นอนว่าด้วยความที่เพิ่งถูกค้นพบและเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ทำให้ที่นี่ยังคงสมบูรณ์แบบอยู่ในทุกด้าน ใครอยากจะสัมผัสกับบรรยากาศของธรรมชาติจริงๆ ควรรีบมาชมกัน

26055643_429734737441219_8813

ที่ตั้ง : ตำบล ปากหมัน อำเภอ ด่านซ้าย จังหวัด เลย

ติดต่อ : 061 053 1561

19.อุทยานแห่งชาติออบหลวง

25610424_180424_0021

เปลี่ยนจากการชมทะเลหมอกมาเที่ยวชมภูมิประเทศอันสวยงามที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์มาบ้าง กับอุทยานแห่งชาติออบหลวง แกรนด์แคนยอนแห่งเชียงใหม่ ที่นี่มีลักษณะพื้นที่ที่มีความโดดเด่นเป็นหน้าผาหินที่ถูกแทรกกลางด้วยธารน้ำไหล บริเวณหน้าผามีลวดลายสวยงาม มีสะพานไม้ที่เชื่อมกลางระหว่างแผ่นดิน 2 ฝั่ง เป็นมุมถ่ายรูปที่สวยงามอลังการมาก

ahr0chm6ly9zlmlzyw5vb2suy29tl_3

ที่ตั้ง : อำเภอ ฮอด จังหวัด เชียงใหม่

ติดต่อ : 081 602 1290

20.วังน้ำเขียว

ahr0chm6ly9zlmlzyw5vb2suy29tl_5

ปิดท้ายกันด้วยที่เที่ยวประจำหน้าหนาวที่ทุกคนนึกถึง แหล่งโอโซนสีเขียวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ที่นี่มีที่พักให้เลือกมากมายให้เลือกนอนพักผ่อนกันได้แบบสบายใจสบายกาย ในยามเช้ามีสายหมอกปกคลุม ท่ามกลางความเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้า มีคาเฟ่น่ารักๆ ให้ได้ไปพักผ่อนหย่อนใจกัน ที่สำคัญอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพด้วย!

741493

ที่ตั้ง : อำเภอ วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา

 

ขอขอบคุณภาพและข่าวจาก https://www.sanook.com/travel/1412305/

20 ที่เที่ยวหน้าหนาว ชมทะเลหมอก หยอกล้อกับขุนเขา ท่ามกลางลมหนาวในช่วงสิ้นปี
30 ธันวาคม

เรื่องน่ารู้ของ Passport ที่เป็นมากกว่าหนังสือเดินทาง

 

ต่างรู้กันดีว่า “พาสปอร์ต” หรือ “หนังสือเดินทาง” คือ เอกสารสำคัญที่นักเดินทางต้องพกติดตัวเสมอ ยามเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ แล้วคุณรู้หรือไม่ พาสปอร์ตเล่มบาง ๆ ที่คุณถือติดมือไว้นั้น มีประโยชน์มากกว่าที่คิดอีกนะ ส่วนมีเรื่องไหนบ้างนั้น ลองไปดูกัน

ประเทศยูเครนและเบลารุส ใช้พาสปอร์ต แทนบัตรประชาชนได้

หลายคนอาจไม่รู้ว่า ประเทศในโซนยุโรปตะวันออก อย่างประเทศยูเครน และประเทศเบลารุส ให้ความสำคัญกับ  “พาสปอร์ต” เทียบเท่ากับบัตรประชาชน ซึ่งเป็นเอกสารที่ใช้พิสูจน์เอกลักษณ์ของบุคคลนั้น ๆ ตามกฎหมายเลยทีเดียว ดังนั้น คุณอย่าแปลกใจ หากเห็นประชาชนจากทั้ง 2 ประเทศ เดินถือพาสปอร์ตเข้าไปยังสถานที่ราชการ เพื่อยื่นเรื่องขอจดทะเบียนสมรส หรือทำธุรกรรมต่าง ๆ

พาสปอร์ต ซื้อสินค้าปลอดภาษีที่ประเทศญี่ปุ่น เกาหลี หรือสิงคโปร์ ได้

การซื้อสินค้าปลอดภาษี ย่อมเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับนักท่องเที่ยวขาช้อป โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่นิยมบินไปสัมผัสหิมะที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการจัดโปรโมชั่นเอาใจนักท่องเที่ยว เพียงมีข้อแม้ว่า คุณต้องมีพาสปอร์ตตัวจริงในมือ (ตอนชำระค่าสินค้า) และเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาญี่ปุ่นไม่ถึง 6 เดือน หากคุณเข้าข่ายที่ว่า คุณก็สามารถซื้อสินค้าปลอดภาษีได้แล้ว [ดู รายละเอียดการซื้อสินค้าปลอดภาษีของญี่ปุ่น ที่นี่]

นอกจากญี่ปุ่นแล้ว ก็ยังมีประเทศที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทย อย่างประเทศเกาหลี และประเทศสิงคโปร์ ที่คุณสามารถซื้อสินค้าปลอดภาษีติดไม้ ติดมือกลับมาบ้านได้

สีบนปกพาสปอร์ตประเทศไทย มีความหมายมากกว่าที่คิด

สำหรับพาสปอร์ตที่ยังคงใช้อยู่ในประเทศไทย ปัจจุบัน มีปกทั้งหมด 4 สีหลักด้วยกัน ดังนี้

1. ปกสีแดงเลือดหมู : ออกให้สำหรับประชาชนทั่วไป โดยมีอายุของหนังสือเดินทางไม่เกิน 5 ปี

2. ปกสีน้ำเงินเข้ม : ออกให้สำหรับข้าราชการที่จะเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศ หรือเดินทางเพื่อทำประโยชน์แก่ทางราชการตามที่กระทรวงการต่างประเทศอนุมัติเท่านั้น โดยมีอายุของหนังสือเดินทางไม่เกิน 5 ปี

3. ปกสีแดงสด : ออกให้นักการทูต โดยมีอายุของหนังสือเดินทางไม่เกิน 5 ปี และไม่สามารถต่ออายุได้ ในกรณีที่นักการทูตทำพาสปอร์ตหาย รัฐบาลซึ่งเป็นเจ้าของประเทศพาสปอร์ตดังกล่าว ต้องรีบแจ้ง “ยกเลิกใช้พาสปอร์ต” ไปยังประเทศอื่น ๆ ทันที

เนื่องจากนักการทูต เป็นกลุ่มบุคคลที่มีอภิสิทธิ์มาก และยังได้รับการคุ้มครองจากการจับกุมโดยอีกประเทศด้วย ฉะนั้น หากผู้ปลอมแปลงพาสปอร์ตเป็นบุคคลอันตราย อาจก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศได้

Advertisement

4. ปกสีเขียว : เป็นพาสปอร์ตที่ใช้ในการเดินทางชั่วคราว โดยมีอายุของหนังสือเดินทางไม่เกิน 2 ปี และออกให้ใน 2 กรณีเท่านั้น คือ

- พระภิกษุและสามเณร ที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศตามนัยระเบียบมหาเถรสมาคม
- ชาวมุสลิม ซึ่งเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ที่นครมักกะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย

พาสปอร์ตประเทศไทยและอิสราเอล มีข้อมูลมากกว่าหน้าตา และวันเกิด

ปกติเราอาจคุ้นชินกับพาสปอร์ตเล่มบาง ๆ ที่บรรจุข้อมูลบางส่วนของคุณ อย่าง วันเดือนปีเกิด สถานที่เกิด สัญชาติ หรือศาสนาไว้ แต่รู้หรือไม่ ปัจจุบัน พาสปอร์ตของประเทศไทย ได้ฝังไมโครชิพไว้ เพื่อบันทึกข้อมูลทางชีวภาพของคุณ อาทิ ลายนิ้วมือ หรือรูปใบหน้าไว้ด้วย

ขณะเดียวกัน ประเทศอิสราเอล ก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่เก็บรายละเอียดเจ้าของพาสปอร์ตในประเทศตน อาทิ ความห่างระหว่างดวงตาทั้ง 2 ข้าง หรือโครงสร้างกระดูก เพื่อป้องกันการปลอมแปลง

เมื่อพาสปอร์ตประเทศอาร์มีเนีย ไม่สามารถเข้าได้ทุกประเทศ

นักท่องเที่ยวหลายคน ต่างเชื่อว่า ขอแค่มีพาสปอร์ตอยู่ในมือ เดินทางไปประเทศไหนก็ได้ เรื่องนี้ถือเป็นความเชื่อที่ผิด ดังเห็นได้จากชาวอาร์มีเนีย ซึ่งมีพาสปอร์ตประเทศอาร์มีเนียอยู่ในมือ แม้สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้รอบโลก แต่ก็มี 1 ประเทศที่ชาวอาร์มีเนียไม่อาจฝ่าด่านเข้าไปได้ นั่นคือ “ประเทศอาเซอร์ไบจาน”

สำหรับเหตุผล เป็นเพราะทั้ง 2 ประเทศ มีความขัดแย้งเรื่องสงครามกันมานาน (กว่า 20 ปี) ทั้งสงครามที่เกิดขึ้นก็คร่าชีวิตทหารและสองฝ่ายไปมากมาย จึงทำให้ไม่เปิดรับชนชาติที่ขัดแย้งเข้ามายังประเทศของตน

“พาสปอร์ต” ไม่ใช่ “วีซ่า”

พาสปอร์ต เป็นเอกสารที่ออกให้คนสัญชาติของตน ใช้เป็นเอกสารแสดงตนในการเดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ โดยก่อนจะเดินทางต้องนำพาสปอร์ตไปขอวีซ่าจากสถานทูต หรือสถานกงสุลของประเทศที่ต้องการเดินทางไปเสียก่อน ทำให้พาสปอร์ตเป็นเหมือนบัตรประชาชนเวอร์ชั่นรอบโลกที่คุณต้องมีไว้แสดงตน

ขณะที่ วีซ่า คือ เอกสารที่แต่ละประเทศ ขอเรียกดูจากคนสัญชาติอื่น เพื่ออนุญาตให้คนสัญชาติอื่น ๆ เดินทางเข้ามายังประเทศตนได้ ซึ่งกำหนดให้ยื่นเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาก่อนว่าจะอนุญาตหรือไม่ จึงอาจถือว่า “วีซ่า” เป็นบัตรผ่านเข้าประเทศนั่นเอง

นี่เป็นเพียงข้อมูลบางส่วนที่บ่งบอกว่า พาสปอร์ตของคุณไม่ใช่แค่หนังสือเดินทาง ที่มีไว้เพื่อเก็บสะสมตราประทับสวย ๆ เวลาเดินทางเข้า-ออก แต่ละประเทศเท่านั้น

 

ขอขอบคุณภาพและข่าวจาก https://www.sanook.com/travel/1412487/

เรื่องน่ารู้ของ Passport ที่เป็นมากกว่าหนังสือเดินทาง
29 ธันวาคม

รวมแบรนด์ ช็อคโกแลตอร่อย ระดับโลกที่ต้องชิมให้ได้!

 

อย่างที่เราทราบกันดีว่าการกิน ช็อคโกแลตอร่อย จะช่วยทำให้เราอารมณ์ดีขึ้น เพราะกระตุ้นให้สมองหลังสารแห่งความสุขหรือที่เรียกว่า เอนดอร์ฟิน ลดความเครียด แถมยังช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้นจากสารโพลีฟีนอลในช็อคโกแลต และยังมีไขมันอิ่มตัวที่ไม่มีผลต่อคอเรสเตอรอลรวมถึงคุณค่าทางโภชนาการอีกเพียบ! แต่ขอบอกว่าต้องรับทานในปริมาณที่พอเหมาะนะคะ วันนี้เราก็เลยขอเอาใจ Chocolate Lover ด้วยการรวบรวมสุดยอดแบรนด์ ช็อคโกแลตระดับโลก ที่ต้องหามาชิมให้ได้! มาให้คุณแล้วค่ะ! ไปลิ้มรสความอร่อยกันเลย

Teuscher – เมืองซูริค สวิตเซอร์แลนด์

887014

ใครอยากชิม ช็อคโกแลตอร่อย ๆ หรือถ้าคุณคือตัวจริงที่รักการทานช็อคโกแลตเป็นชีวิตจิตใจ แน่นอนว่าจะต้องรู้จักยี่ห้อ ทอยส์เชอร์ (Teuscher) ของขึ้นชื่อจากสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งมีรสชาติกลมกล่อมโดนใจ สาขาแรกตั้งอยู่ที่ถนนบานโฮฟสตราเซอร์ (Bahnhofstrasse) ทอยส์เชอร์คงความพรีเมียมของช็อคโกแลตสุดๆ ผลิตในเมืองซูริค พิถีพิถันทุกขั้นตอน ทีเด็ดสุดหนีไม่พ้นช็อคโกแลต Champagne Truffes หรือช็อคโกแลตสอดไส้แชมเปญ ข้างในมีครีมสด โรยน้ำตาลไอซิ่งหน่อยๆ แค่พูดถึงก็น้ำลายสอแล้วจ้ะ หากมีโอกาสไป ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ ต้องซื้อค่ะซิส!

Valrhona – ฝรั่งเศส

508965

ระวังกินแล้วจะติดใจ ด้วยสโลแกน “Let’s imagine the best of chocolate” จากแบรนด์ ช็อคโกแลตระดับโลก อย่าง วาลโรห์นา (Valrhona) จากประเทศฝรั่งเศส ผลิตตั้งแต่ปี ค.ศ. 1922 เป็นช็อคโกแลตอร่อยในรูปแบบแท่ง เคี้ยวกรุบกรับ ซึ่งมีทีเด็ดด้วยส่วนผสมดีงามจากเมล็ดโกโก้ที่ส่งตรงจากอเมริกาใต้ แคริบเบียน และภูมิภาคแปซิฟิก บอกเลยว่าคนรักช็อคโกแลตต้องยอมสยบจริงๆ กับความดีงามจากของหวานสไตล์ฝรั่งเศสที่แท้ทรู

Godiva Chocolatier – เบลเยียม

855476

Advertisement

อีกหนึ่งความดีงาม ช็อคโกแลตอร่อย สุดพรีเมียม กล่องทองสวยงามเลอค่า โกดิวา ช็อคโกแลตเทียร์ (Godiva Chocolatier) สัญชาติเบลเยียม เริ่มขายครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ.1926 เป็นเวลาเกือบ 9 ทศวรรษ ก่อตั้งโดย Joseph Draps ซึ่งในวันนี้มีสาขากว่า 10,000 แห่งทั่วโลก ราคาเริ่มต้นที่ 9 ดอลลาร์ ส่วนใหญ่นิยมซื้อเป็นของขวัญให้คนสำคัญ แต่ทีเด็ดคงต้องยกให้ Signature Chocolate Truffes Collection อร่อยยกเซ็ต ให้กินอย่างเต็มกับรสชาติที่ดีที่สุดและหลากหลาย รับรองเต็มอิ่มแน่นอน โดยมีช็อคโกแลตหลายรูปแบบ ทั้งแบบคลาสสิกและแบบเนื้อมูส ให้เลือกตามใจชอบ

Vosges Haut-Chocolat – ชิคาโก สหรัฐอเมริกา

132415

หวานแค่ไหนถามใจตัวเองดู สำหรับช็อคโกแลตยี่ห้อ Vosges Haut-Chocolat จากอเมริกาแดนเสรีภาพ ที่ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศจากเครื่องเทศ และดอกไม้มารวมเป็นหนึ่งเดียว แพ็คเกจมาในกล่องสีม่วงมากเสน่ห์ มีทั้งรสคลาสสิกและอีกหลายรสชาติ รอให้คนรักของหวานได้เปิดชิม ลิ้มลองรสชาติใหม่ ใครไป ทัวร์อเมริกา ที่ชิคาโกอย่าลืมชิมนะ

Royce Chocolate – ญี่ปุ่น

214777

ปิดท้ายด้วยแบรนด์ ช็อคโกแลตระดับโลก ที่มีต้นกำเนิดในเอเชียอย่าง รอยส์ ช็อคโกแลต (Royce Chocolate) จากประเทศญี่ปุ่น ที่ผู้ผลิตอยู่ในเมืองซัปโปโร เกาะฮอกไกโด สำหรับช็อคโกแลตยอดฮิตของเค้าต้องยกให้ Nama Chocolate หรือช็อคโกแลตสดชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก ความอร่อยที่ดังไปทั่วโลก มีหลากหลายรสให้เลือกซื้อ ทั้งช็อคโกแลตนม, ไวท์ช็อคโกแลต, ดาร์กช็อคโกแลต, ชาเขียว และที่พลาดไม่ได้ก็คือ รสแชมเปญ นอกจากนี้เค้าก็ยังมีช็อคโกแลตในรูปแบบอื่นๆ ด้วยนะ บอกเลยว่าอร่อยทุกแบบแน่นอน หาซื้อง่ายในสนามบิน สนุกกับการ ทัวร์ญี่ปุ่น แล้วอย่าลืมซื้อกลับไทยนะคะ

ช็อคโกแลตอร่อย ๆ แต่ละแบรนด์น่าหาซื้อมาชิมทั้งนั้นเลย แอดมินเองแนะนำไปก็กลืนน้ำลายตามไปด้วยนะเนี่ย แต่แนะนำว่าต้องทานในปริมาณที่เหมาะสม และออกกำลังกายเพื่อสุขภาพด้วยนะคะ ส่วนใครเป็นสาวกช็อคโกแลตตัวจริงก็อย่าพลาด ถึงบางแบรนด์จะมีขายในเมืองไทย แต่ถ้าได้ไป ทัวร์ต่างประเทศ แนะนำว่าต้องซื้อจากประเทศต้นกำเนิดช็อคโกแลตนั้นๆ จะฟินขึ้นมาอีกหน่อย เพราะมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกมากกว่า แถมยังราคาถูกกว่าด้วยค่ะ

 

ขอขอบคุณภาพและข่าวจาก  https://www.sanook.com/travel/1412491/

รวมแบรนด์ ช็อคโกแลตอร่อย ระดับโลกที่ต้องชิมให้ได้!
28 ธันวาคม

ระวัง! ไม่ทำความสะอาดตู้เย็น เสี่ยงติดเชื้อเสียชีวิต

 

ใครๆ ก็เก็บอาหารในตู้เย็นนะคะ เพราะอากาศในบ้านเรา ร้อนๆ แบบนี้ อาหารก็เน่าบูดได้ง่าย หากไม่รีบนำเข้าตู้เย็นก็เสี่ยงอาหารบูดเน่า แต่ใช้ตู้เย็นบ่อยๆ ทุกวันแบบนี้ ลองนึกดูสิว่า ครั้งสุดท้ายที่ทำความสะอาดตู้เย็น คือเมื่อไร หากนานจนลืมไปแล้ว หรือหันไปดูแล้วพบคราบต่างๆ คุณกำลังเสี่ยงเสียชีวิต

เป็นไปได้อย่าง Sanook! Health จะอธิบายให้ฟังค่ะ

 

ตู้เย็นสกปรก เสี่ยงติดเชื้อเสียชีวิต


เชื้อที่ว่าคือ เชื้อลิสทีเรียค่ะ เป็นเชื้อที่พบได้จากอาหารในตู้เย็นหลายอย่าง อาทิ

- ผัก และผลไม้สดที่ไม่ได้ล้าง หรือล้างไม่สะอาด

- นมที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ

- เนยแข็งชนิดนิ่ม

- อาหารแช่แข็ง ที่ไม่ได้ผ่านความร้อน

- อาหารทะเลรมควัน

- ตู้เย็นไม่ได้รับการทำความสะอาดเป็นประจำ

iStock


อาการของผู้ติดเชื้อลิสทีเรีย

สุขภาพแข็งแรงปกติ – อาจจะแค่มีไข้ต่ำๆ

อยู่ในภาวะเสี่ยง ร่างกายไม่แข็งแรงสมบูรณ์ – อาจถึงขั้นติดเชื้อในกระแสเลือด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และหญิงตั้งครรภ์อาจแท้งบุตร (อ่านเรื่อง ติดเชื้อในกระแสเลือด ที่นี่)

 

ใครที่อยู่ในภาวะเสี่ยง ติดเชื้อลิสทีเรีย

- สตรีมีครรภ์ ทารกแรกเกิด ที่ผู้เป็นแม่ติดเชื้อ จนส่งผลให้เกิดภาวะติดเชื้อของทาระแรกคลอด และอาจทำให้มารดาแท้งบุตร

- ผู้สูงอายุ อาจทำให้เกิดอาการเยื้อหุ้มสมองอักเสบ

- ผู้ป่วยเรื้อรัง ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ที่กำลังรักษาโรคมะเร็ง กำลังทานยาสเตียรอยด์ และผู้ติดเชื้อ HIV หรือผู้ที่เป็นโรคเอดส์

iStock

 

ผู้ที่อยู่ในสภาวะเสี่ยงติดเชื้อลิสทีเรีย ไม่ควรทานอาหารเหล่านี้

- ผักสลัด ผลไม้ที่ล้างไม่สะอาด

- เนื้อสัตว์ที่ปรุงสุก และไม่ได้ทำมาอุ่นร้อนก่อนทานอีกครั้ง

- เนื้อที่ปรุงสำเร็จรูป เช่น ตับบด

- อาหารทะเลดิบ ปลารมควัน

- นม หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม ที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ

- เนยแข็งชนิดนิ่ม

- ถั่วงอก ต้นอ่อนของผัก และเห็ดที่ทานสด

 


การป้องกันจากเชื้อลิสทีเรีย

  1. ปรุงอาหารประเภทเนื้อสัตว์ให้สุกทั่วถึงกันทั้งชิ้น

  2. ล้างผัก และผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทาน

  3. ใช้เขียงแยกหั่น ระหว่างอาหารดิบ และอาหารสุก

  4. หลีกเลี่ยงการบริโภคนม และผลิตภัณฑ์จากนมที่ไม่ได้รับการฆ่าเชื้อ

  5. ล้างมือให้สะอาด ก่อนทำอาหาร และทานอาหา

  6. อาหารค้างคืน ควรอุ่นให้ร้อนก่อนทาน

  7. ทำความสะอาดตู้เย็นเป็นประจ

  8. หมั่นเช็คอุณหภูมิของตู้เย็นให้เป็นปกติอย่างสม่ำเสมอ


เชื้อโรคมักชอบอยู่ในที่ๆ สกปรก หากคุณไม่อยากทานเชื้อโรคเข้าไป ก็หมั่นทำความสะอาดสิ่งที่เก็บรักษาอาหารของเราเอาไว้ จะได้ปลอดภัยจากเชื้อโรคร้ายเหล่านี้นะคะ

 

ขอขอบคุณภาพและข่าวจาก https://www.sanook.com/health/2209/

ระวัง! ไม่ทำความสะอาดตู้เย็น เสี่ยงติดเชื้อเสียชีวิต
27 ธันวาคม

มารู้จักดอกไม้สัญลักษณ์ของจังหวัดต่างๆในญี่ปุ่นกันเถอะ

 

หากพูดถึงดอกไม้ ญี่ปุ่นมีดอกไม้สวยงามตามฤดูกาลที่ให้คนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวได้ชมและพักผ่อนหย่อนใจมากมาย แต่วันนี้เรามารู้จักดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดต่างๆ กันนะคะ

โซเมอิ โยชิโนะ (Somei Yoshino) ดอกไม้ประจำจังหวัดโตเกียว

somei-yoshino-cherry-blossom-

โซเมอิ โยชิโนะเป็นซากุระสายพันธุ์ที่นิยมปลูกทั่วญี่ปุ่น โดยเป็นดอกไม้ที่ถูกพัฒนาพันธุ์ขึ้นมาในช่วงปลายยุคเอโดะ ประมาณปี ค.ศ. 1603 –1867 ด้วยดอกสีชมพูอ่อนดูสวยงามบอบบางและบานเป็นพุ่มให้คนญี่ปุ่นได้ชมเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ทำให้ดอกซากุระพันธุ์นี้เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนทั่วญี่ปุ่น ซากุระพันธุ์โซเมอิ โยชิโนะได้กลายเป็นดอกไม้ประจำโตเกียวอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 มิถุนายน ค.ศ. 1984

พริมโรสหรือซากุระโซ (Sakuraso) ดอกไม้ประจำจังหวัดโอซาก้า

26418416586_883bd6972d_o

พริมโรสเป็นดอกไม้ที่บานอยู่ทั่วไปในช่วงเวลายาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมิถุนายน ดอกพริมโรสมีสีชมพู ม่วงและขาว ได้ถูกนำมาปลูกในญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยเอโดะและถูกจัดให้เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดโอซาก้า

นาโนะฮานะ (Nanohana) ดอกไม้ประจำจังหวัดชิบะ

nanohana

Advertisement

นาโนะฮานะหรือดอกเรปซีดเป็นดอกไม้สีเหลืองอร่ามบานเต็มทุ่งในช่วงเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น เรปซีดได้ถูกเลือกให้เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดชิบะในเดือนเมษายน ค.ศ. 1954

ทิวลิป ดอกไม้ประจำจังหวัดโทยามะ

32

ในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคมดอกทิวลิปที่ถูกปลูกไว้ในพื้นที่เมืองโทนามิ (Tonami) จังหวัดโทยามะ (Toyama) จะบานสวยงามเป็นพรมดอกไม้ ด้วยเหตุว่ามีการพัฒนาพันธุ์ทิวลิปมากมายที่ปลูกได้ในจังหวัดโทยามะเอง ทำ

ชิดาเระ ซากุระ (Shidare-Zakura) ดอกไม้ประจำจังหวัดเกียวโต

shidare-sakura-flower-big-e15

ชิดาเระ ซากุระเป็นต้นซากุระที่กิ่งมีลักษณะไหลเหมือนสายน้ำตกและดอกมีกลีบเป็นสีชมพูสวยงาม ความทนทานต่อพายุหิมะของชิดาเระ ซากุระสร้างความประทับใจให้แก่คนโตเกียว ทำให้ถูกเลือกให้เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดเกียวโตตั้งแต่ปี ค.ศ.1954 เป็นต้นมา

ยังมีดอกไม้ประจำจังหวัดต่างๆ อีกมากมาย ไว้มาเล่าให้ฟังต่อคราวหน้านะคะ

 

ขอขอบคุณภาพและข่าวจาก https://www.sanook.com/moshimoshi/5329/

มารู้จักดอกไม้สัญลักษณ์ของจังหวัดต่างๆในญี่ปุ่นกันเถอะ
26 ธันวาคม

"อัลมอนด์" กับประโยชน์อัศจรรย์ที่ทำให้ถูกยกเป็น "ราชินีแห่งถั่ว"

 

เมื่อพูดถึงถั่ว อัลมอนด์ ถือเป็น "ราชินี" แห่งถั่ว ซูเปอร์ฟู้ดชนิดนี้อุดมไปด้วยวิตามินอีและแร่ธาตุต่างๆ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส สังกะสี เซเลเนียม ทองแดง และไนอะซิน (niacin) เนื่องจากอัลมอนด์มีสารอาหารมากมายเช่นนี้ จึงทำให้มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการเช่นกัน

 

  1. อาหารบำรุงสมองอันยอดเยี่ยม

อัลมอนด์มีแหล่งสารอาหารที่จำเป็นต่อการพัฒนาสมอง มีการพิสูจน์แล้วว่า การรับประทานอัลมอนด์สัมพันธ์กับระดับสติปัญญาที่สูง ผู้คนเชื่อกันมานานแล้วว่า อัลมอนด์เป็นอาหารที่สำคัญต่อเด็ก ถั่วชนิดนี้ยังมีสารไรโบฟลาวิน (riboflavin) และแอลคาร์นิทีน (L-carnitine) ที่เพิ่มการทำงานของสมอง และสร้างการเชื่อมต่อของเส้นประสาทใหม่ๆ เพิ่มขึ้น (new neural pathway) ในขณะเดียวกัน ก็ลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคอัลไซเมอร์ นักวิจัยได้แสดงให้เห็นว่า อัลมอนด์มีประโยชน์ต่อการทำงานของระบบประสาท และสุขภาพโดยรวมอย่างแท้จริง

 

  1. ควบคุมคอเลสเตอรอลให้อยู่ในระดับปกติ

การรับประทานอัลมอนด์เป็นประจำ จะช่วยเพิ่มระดับของคอเลสเตอรอลที่ดี (HDL) และลดระดับของคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) ความสมดุลนี้สำคัญต่อสุขภาพของแต่ละบุคคล

 

  1. ป้องกันสุขภาพของกระดูก

เนื่องจากอัลมอนด์มีฟอสฟอรัสมาก ทำให้ผู้ที่รับประทานอัลมอนด์มีสุขภาพดี รวมถึงฟันและกระดูกที่แข็งแรง อัลมอนด์ยังช่วยป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุเป็นโรคกระดูกพรุนอีกด้วย

 

  1. เพื่อหัวใจที่แข็งแรง

ควรรับประทานอัลมอนด์ให้มากขึ้นเป็นประจำ เพราะจะทำให้หัวใจแข็งแรง ถั่วชนิดนี้มีระดับโปรตีน โพแทสเซียม และกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวสูง ทั้งสามอย่างสำคัญต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะหัวใจ นอกจากนี้ อัลมอนด์ยังเป็นแหล่งรวมของแมกนีเซียมและวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ส่วนประกอบทั้งสองจะช่วยป้องกันเราจากความเสี่ยงที่จะเกิดหัวใจวาย หรือโรคเกี่ยวกับหัวใจชนิดอื่น สารทั้งสองชนิดยังลดผลของซีรีแอคทีฟโปรตีน (C-reactive protein) ที่เป็นต้นเหตุของอาการอักเสบซึ่งทำให้หลอดเลือดแดงได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ อัลมอนด์ยังมีกรดโฟลิก (folic acid) จำนวนมาก ที่สามารถลดระดับของสารโฮโมซีสทีน (homocysteine) ผลที่ตามมาก็คือ คราบไขมันไม่สามารถสะสมในหลอดเลือดแดงได้ นอกเหนือไปจากนั้น ผิวของอัลมอนด์ยังมีสารฟลาโวนอยด์ ( flavonoid) เมื่อมีสารนี้ร่วมกับวิตามินอี อาจเป็นเกราะป้องกันความเสียหายที่มีต่อผนังหลอดเลือดแดงได้

 

  1. เกราะป้องกันระบบภูมิคุ้มกัน

เพื่อที่จะมีสุขภาพแข็งแรง และมีระบบภูมิคุ้มที่ดี การทำให้ร่างกายมีภาวะเป็นด่างจึงสำคัญ อัลมอนด์มีสารอัลคาไลน์อยู่มาก หมายความว่าการรับประทานถั่วมากๆ จะช่วยไม่ให้เป็นโรคต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เมื่อรับประทานอัลมอนด์กันกับ วิตามินซี ร่างกายจะกำจัดสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจทำลายเซลล์ในร่างกาย เราจึงปลอดภัยจากโรคเรื้อรัง แม้กระทั่งโรคที่รุนแรงอย่างโรคมะเร็งหรือโรคหัวใจ

 

  1. นักสู้ต้านมะเร็ง

อัลมอนด์ที่มีใยอาหารสูง ช่วยการทำงานของระบบขับถ่ายและการเคลื่อนที่ของอาหารในลำไส้ใหญ่ ดังนั้น จึงป้องกันการก่อตัวและเกิดขึ้นของมะเร็งลำไส้ใหญ่ นักวิจัยได้พิสูจน์แล้วว่า อาหารที่มีใยอาหารสูงสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งลำไส้ที่ต่ำกว่า

 

ขอขอบคุณภาพและข่าวจาก https://www.sanook.com/health/12129/

"อัลมอนด์" กับประโยชน์อัศจรรย์ที่ทำให้ถูกยกเป็น "ราชินีแห่งถั่ว"
25 ธันวาคม

เคล็ดลับง่ายๆ กินอย่างไร ช่วย “ลดพุง”

 

นอกจากการออกกำลังกายแล้ว สิ่งสำคัญสำหรับคนที่อยากจะลดน้ำหนัก ก็คือการควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด ลดการทานแป้ง น้ำตาล และไขมันจากสัตว์ และเพิ่มผักผลไม้ให้มากขึ้น แต่บางครั้งแค่ความรู้ลอยๆ แบบนี้อาจจะหยิบจับมาทานตามให้เป็นรูปธรรมอาจจะยากหน่อย อาจจะกะปริมาณไม่ถูกว่าน้อยคือเท่าไร มากคือเท่าไร ดังนั้น Sanook! Health มีวิธีง่ายๆ มาฝากกัน

 

สุขภาพดี เริ่มที่โภชนาการ จานอาหารสุขภาพ สูตร 2:1:1:1

“กินข้าวเท่ากับเนื้อ กินผักมากกว่าข้าว”

จาก นางสาวจินต์จุฑา ประสพธรรม นักกำหนดอาหาร เครือข่ายคนไทยไร้พุง กล่าวว่า จานอาหารสุขภาพ ตามสูตร 2:1:1:1 เป็นการปรับเปลี่ยนอาหารจานโปรดในชีวิตประจำวันให้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เป็นแนวคิดการกำหนดปริมาณอาหารที่เหมาะสมโดยกะด้วยสายตา เป็นหลักการง่ายๆ ที่ทำให้การกินในแต่ละมื้อได้รับสารอาหารครบถ้วนและไม่มากจนเกินไปมีหลักการจำง่ายๆ คือ “กินข้าวเท่ากับเนื้อ กินผักมากกว่าข้าว”

แต่ละมื้อให้แบ่งสัดส่วนอาหารในจานออกเป็น 4 ส่วน คือ 

  • ผัก 2 ส่วน เป็นผักดิบหรือผักสุกก็ได้ ซึ่งจะทำให้ได้รับใยอาหาร วิตามินและแร่ธาตุ

  • คาร์โบไฮเดรต 1 ส่วนควรเลือกเป็นประเภทที่ไม่ขัดสีเช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีตหรือจะเป็นประเภทเส้น ก็จะทำให้ได้รับพลังงานอย่างพอดี 

  • โปรตีน 1 ส่วน เน้นกลุ่มไขมันต่ำเช่น อกไก่ หมูสันใน ปลา หรือเต้าหู้ ทำให้ได้สัดส่วนที่พอดี 

  • ผลไม้ 1 ส่วนเช่น ส้ม มะละกอ แอปเปิ้ล 
Advertisement

ส่วนที่เสริมเพิ่มเข้ามา คือ นม 1-2 แก้วต่อวัน และควรเป็นนมจืด หรือนมถั่วเหลืองหวานน้อย

 

อาหารสูตร 2:1:1:1 ช่วยลดพุงได้อย่างไร?

การกินแบบ 2:1:1:1 ใน 1 มื้อจะให้พลังงานประมาณ 400 กิโลแคลอรี ช่วยลดพลังงานในแต่ละวันลงได้ 500 กิโลแคลอรี ใน 1 สัปดาห์สามารถลดน้ำหนักลงได้  ½ กิโลกรัม นอกจากนี้การกินแบบนี้จะได้ปริมาณผักใน 1 มื้อ 100-200 กรัมและหากกิน 3 มื้อควบคู่กับผลไม้จะได้รับปริมาณรวมไม่น้อยกว่า 400 กิโลกรัม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้

อย่างไรก็ตามควรมีกิจกรรมทางกายร่วมด้วยจะช่วยลดพุงได้เร็วขึ้น เช่น การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น วิ่ง แอโรบิค ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เล่นกีฬา รวมถึงการเล่นเวทที่เน้นกล้ามเนื้อช่วงท้อง ก็จะช่วยให้คุณเป็นเจ้าของร่างกายที่ไร้พุงย้อยๆ ได้อย่างแน่นอน แต่ต้องให้เวลากับร่างกายของเราสักนิด พุงโตๆ ไม่ได้มาเพียชั่วข้ามคืน หน้าแบนราบก็ไม่ได้เป็นของเราในชั่วข้ามคืนเช่นเดียวกัน ดังนั้นต้องมีความตั้งใจที่จะลดพุง ลดน้ำหนักให้ได้ รับรองว่าประสบความสำเร็จแน่นอน

 

ขอขอบคุณภาพและข่าวจาก https://www.sanook.com/health/13305/

เคล็ดลับง่ายๆ กินอย่างไร ช่วย “ลดพุง”
24 ธันวาคม

เช็กอินบ่อน้ำสีฟ้าสุดมหัศจรรย์ในเหมืองเก่า แห่งเมืองดาลัด เวียดนาม

 

บอกเลยว่าเป็นสถานที่ต้องไปเยือนให้ได้กับแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองดาลัด ประเทศเวียดนาม เราเห็นภาพน้ำสีฟ้าครามใสๆ มีคนยืนเดียวด้ายเหงาๆ ดูแล้วเท่มากจึงเริ่มหาข้อมูลจึงทราบพิกัดชื่อว่าชื่อ TUYỆT TÌNH CỐC เราจึงขับมอเตอร์ไซค์ไปตาม GPS จากตัวเมืองไปไกลมากๆ

1พอไปถึงทางขึ้นเราต้องจอดรถแล้วนั่งรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อขึ้นไป เนื่องจากทางลำบากขึ้นเขา ฝนตก ได้บรรยากาศอีกแบบ

10
11
12
6
8

Advertisement

พอขึ้นไปถึงเราจึงได้พบกับความมหัศจรรย์ของเหมืองสวยงามเหมาะกับการบันทึกภาพแห่งความทรงจำเป็นที่สุด จากคำบอกเล่าได้ทราบว่าเป็นเหมืองเก่าแก่ที่ถูกปล่อยร้างมานาน เกิดฝนตกชะล้างแร่ธาตุจึงเกิดเป็นน้ำสีฟ้าครามใสๆ ด้วยกระแสการโพสต์ภาพของคนทั้งโลก จึงทำให้เกิดเป็นที่นิยมจนถึงปัจจุบัน

13
3

การเดินทางจะลำบากเล็กน้อย แต่เราคิดว่าสมควรไปไม่งั้นจะถือว่าไปไม่ถึงเมืองดาลัดค้นหา GPS พิกัดชื่อว่า TUYỆT TÌNH CỐC จากนั้นก็ไปกันเลย ส่วนการเดินทางท่องเที่ยวในเมืองดาลัดอดใจรอรีวิวสักพักจะมาถ่ายทอดให้ได้อ่านกันนะครับ “เมืองดาลัดกับประเทศไทยอยู่ใกล้กันแค่นี้เอง”

 

ขอขอบคุณภาพและข่าวจาก https://www.sanook.com/travel/1412075/

เช็กอินบ่อน้ำสีฟ้าสุดมหัศจรรย์ในเหมืองเก่า แห่งเมืองดาลัด เวียดนาม
23 ธันวาคม

5 ประโยชน์สุขภาพของ "ขิง" พิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง

 

เราต่างคุ้นเคยกับขิงกันเป็นอย่างดี แต่อาจไม่ทราบว่า ขิง ได้รับการพิสูจน์และใช้สำหรับการแพทย์มานับศตวรรษ สารอาหารและส่วนประกอบในการออกฤทธิ์ทางชีวภาพในขิง ให้คุณประโยชน์แก่ร่างกายและสมอง ประโยชน์สุขภาพของขิง 5 ประการ ประกอบด้วย

 

  1. ขิงช่วยบรรเทาอาการเวียนศีรษะ และอาเจียน

ขิงมีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการเวียนศีรษะได้อย่างดี อันเนื่องมาจากหลายสาเหตุ

  • สำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการรักษาโดยใช้เคมีบำบัดนั้น การเคี้ยวขิงสด หรือดื่มชาขิง ช่วยบรรเทาอาการเวียนศีรษะและอาเจียน หลังจากการบำบัดได้

  • อาการเวียนศีรษะของผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ในช่วงเช้า ให้อมลูกอมรสขิง เพื่อบรรเทาอาการเวียนหัวคลื่นไส้และอาเจียนได้

  • หากเป็นกรณีเมาคลื่น ขิงถูกใช้เพื่อบรรเทาอาการเวียนศีรษะคลื่นไส้มาเป็นเวลานาน งานวิจัยมากมายเปิดเผยว่า ขิงมีประสิทธิภาพในการรัษาอาการเทียบเท่ากับยาที่แพทย์สั่ง

 

  1. ขิงช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด

การศึกษาพบว่าการรับประทานขิงทุกวัน ช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ที่เกิดจากการออกกำลังกายได้ถึงร้อยละ 25 งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่ศึกษากับผู้ที่ฝึกการออกกำลังข้อศอกพบว่า การรับประทานขิง 2 กรัมเป็นเวลา 11 วัน ช่วยลดความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อได้อย่างมาก คุณประโยชน์ของขิงในการบรรเทาการเจ็บปวดนั้น จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่รับประทาน

นอกจากนี้ ขิงยังมีสรรพคุณช่วยแก้อาการปวดเกร็งระหว่างมีประจำเดือน หรืออาการอื่นๆ จากการมีประจำเดือน ในการศึกษา พบว่าอาการปวดท้องในผู้หญิง ถึงร้อยละ 83 ที่ทานแคปซูลขิง มีอาการดีขึ้น ขณะที่มีเพียงร้อยละ 47 ของผู้ที่ทานยาหลอกที่มีอาการดีขึ้น

Advertisement

 

  1. ขิงช่วยเรื่องโรคกระดูกเสื่อม

ขิงมีสรรพคุณต้านอาการอักเสบ จึงสามารถจัดการกับอาการโรคกระดูกเสื่อม ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อย โรคกระดูกเสื่อมเป็นอาการทางระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ที่เกี่ยวข้องกับการเสื่อมสภาพของข้อต่อของร่างกาย ผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกเสื่อมจะมีอาการปวดข้อและข้อฝืด การรับประทานสารสกัดจากขิง จะช่วยลดอาการปวด และจำกัดการใช้ยาบรรเทาปวดของผู้ป่วยได้ นอกจากนี้ การทายาที่มีส่วนผสมของขิง ยาประสาน อบเชยและน้ำมันงา ช่วยลดอาการปวดและข้อขัดในผู้ป่วยโรคกระดูกเสื่อมได้

 

  1. ขิงช่วยบรรเทาอาการเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร

ขิงช่วยบรรเทาอาการของผู้ป่วย ที่มีปัญหาอาหารไม่ย่อยเรื้อรัง ที่เกิดจากอาหารตกค้างในกระเพาะ และถูกขับออกช้า โดยขิงช่วยกระบวนการขับอาหารออกจากกระเพาะอาหาร ช่วยลดอาการอึดอัดหรือปวดท้องได้

สารประกอบฟีนอลิกที่พบในขิง ช่วยลดปัญหาให้ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการย่อยอาหาร และลดอาการระคายเคืองระบบย่อยอาหาร และกระตุ้นการผลิตน้ำลายและน้ำดี ทั้งยังควบคุมการหดเกร็งของลำไส้ และการเคลื่อนที่ของอาหารในลำไส้

นอกจากนี้ ขิงยังฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของอาการท้องร่วงได้

 

  1. ขิงช่วยป้องกันอาการหวัด

การใช้ขิงช่วยขัดขวางไวรัสไรโน (rhinovirus) ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการหวัด วิธีการทำให้ร่างกายอบอุ่นในช่วงฤดูหนาว หรือในอากาศเย็นนั้น คือ การดื่มชาขิงอุ่นๆ ขิงเป็นสมุนไพรที่ช่วยขับเหงื่อ ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยรักษาร่างกายให้อบอุ่น และช่วยป้องกันการเป็นหวัดได้

 

ขอขอบคุณภาพและข่าวจาก https://www.sanook.com/health/12969/

5 ประโยชน์สุขภาพของ "ขิง" พิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง
22 ธันวาคม

รีวิวของกินอร่อยในมาเก๊า ตั้งแต่สตรีทฟู้ดไปจนถึงร้านระดับมิชลินสตาร์!

 

เป็นที่รู้กันดีว่ามาเก๊านั้นเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องของกินอร่อยๆ เยอะมาก ใครที่เคยคิดว่าอาหารจีนจะต้องจืดๆ และไม่ค่อยถูกปากคนไทย

หากคุณได้ลองมาชิมอาหารที่มาเก๊าจะเปลี่ยนความคิดของคุณไปตลอดกาลจริงๆ ที่นี่มีอาหารการกินที่หลากหลาย ของอร่อยซุกซ่อนอยู่ทุกมุม

วันนี้ Sanook! Travel จะพาคุณไปตามหาของอร่อยในมาเก๊ากันครับ ไว้เป็นลายแทงสำหรับคนที่มีทริปจะไปมาเก๊าได้ไปตามรอยกัน

o4685a81eb55edd6c1a90dd337a94_2

1.ทาร์ตไข่ Lord Stow's

o4685a81eb55edd6c1a90dd337a94_1
o4685a81eb55edd6c1a90dd337a94_21

แน่นอนว่าของกินอันดับหนึ่งที่คนไทยจะนึกถึงหากไปมาเก๊าก็คือทาร์ตไข่นั่นเอง ที่นี่ถือเป็นต้นตำรับในเรื่องของทาร์ตไข่ในเอเชียเลยก็ว่าได้ สูตรการทำทาร์ตไข่ของมาเก๊านั้นได้รับสืบทอดมาจากชาวโปรตุเกสในอดีต

โดยการหาทาร์ตไข่ทานในมาเก๊านั้นสามารถพบเจอได้ทั่วไปตามท้องถนนมีให้เลือกหลากหลายร้าน ซึ่งร้านที่เราได้ลองในวันนี้มีชื่อว่า Lord Stow's ร้านที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นตำรับทาร์ตไข่แห่งมาเก๊า และมีสาขาอยู่ทั่วมาเก๊า

รสชาติทาร์ตไข่ที่เพิ่งจะอบออกมาจากเตายังคงอุ่นๆ มีความกรอบนอกนุ่มใน เนื้อไข่ข้างในมีความนุ่มเนียนหอมกลิ่นไหม้นิดๆ หวานกำลังดี อร่อยมาก! ไม่แปลกใจเลยทำไมใครๆ ถึงอยากมากินทาร์ตไข่ที่มาเก๊ากัน

2.เบอร์เกอร์หมูพอร์คช็อปสไตล์มาเก๊า (Prok Chop Bun)

o4685a81eb55edd6c1a90dd337a94
o4685a81eb55edd6c1a90dd337a94_17

ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ถนน Cunha Street ถือว่าเป็นร้านเก่าแก่ของมาเก๊าเลยทีเดียว ร้านขนมปังไส้หมูพอร์คช็อปเต็มๆ ทั้งชิ้น เวลาทานจะมีลักษณะคล้ายกับเบอร์เกอร์ 

เริ่มต้นจากตัวขนมปังก่อน ขนมปังที่ดูเหมือนจะธรรมดาแต่รสชาติไม่ธรรมดา เพราะตรงพื้นผิวขนมปังนี้จะมีความพิเศษคือมีความกรอบและมีรสชาติหวานๆ หอม ด้านในขนมปังมีความนุ่ม เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน 

เนื้อหมูชิ้นโตที่ใส่มาให้แบบไม่มีหวง กัดไปเต็มปากเต็มค่ำ ตัวเนื้อมีความชุ่มฉ่ำไม่แห้ง ซอสปรุงรสที่ทามาบนเนื้อหมูพอร์คช็อปก็เข้มข้น ทานคู่กับขนมปังคือดีงาม เมนูนี้แนะนำว่าต้องไปลอง!

3.โจ๊กปู ร้าน Seng Cheong

o4685a81eb55edd6c1a90dd337a94_18
o4685a81eb55edd6c1a90dd337a94_20

อีกหนึ่งร้านอร่อยแห่งถนน Cunha Street กับร้าน Seng Cheong ที่มีเมนูเด็ดที่เราอยากจะแนะนำให้ทุกคนได้มาลอง นั่นก็คือโจ๊กปูนั่นเอง และไม่ใช่แค่โจ๊กที่ใส่เนื้อปูนะครับ

เพราะร้านนี้ใส่ปูลงมาในหม้อทั้งตัว!!! ตอนแรกก่อนจะทานหลายคนคงจะนึกรสชาติไม่ออกว่าโจ๊กที่ใส่ปูมาทั้งตัวจะรสชาติเป็นอย่างไร เราขออนุญาตเฉลยเผยถึงความอร่อยเลยครับ

ตัวเนื้อโจ๊กจะมีความเข้มข้นขึ้นมากกว่าปกติ มีรสชาติของมันปูที่ผสมลงไปในเนื้อข้าว และมีกลิ่นที่หอมมากๆ ทานได้แบบไม่ต้องปรุงเพิ่มเลย แถมมีชิ้นส่วนของปูให้ทานกันแบบเต็มอิ่มด้วย ฟินๆ กันไปกับจานนี้

นอกจากโจ๊กปูแล้วที่ร้านยังมีเมนูเด็ด อย่างกุ้งผัดซอสไข่เค็มรสชาติเข้มข้น และลูกชิ้นปลาหมึก ที่ต้องสั่งมาลองอร่อยเด็ดจริงๆ

o4685a81eb55edd6c1a90dd337a94_19
o4685a81eb55edd6c1a90dd337a94_23

4.อาหารสไตล์โปรตุกีส ที่ร้าน Albergue 1601

40939126_1869140233167258_224

o4685a81eb55edd6c1a90dd337a94_14

อย่างที่รู้กันดีว่ามาเก๊านั้นตกอยู่ภายใต้การปกครองของโปรตุเกสอยู่ในยุคหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราจึงจะเห็นวัฒนธรรมของโปรตุเกสได้ตามถนนหนทางและตึกเก่าๆ ภายในมาเก๊าและอีกสิ่งหนึ่งที่เราจะเห็นได้บ่อยๆ ในมาเก๊านั่นก็คืออาหารโปรตุเกสนั่นอง

ซึ่งหากใครอยากจะลิ้มลองรสชาติอาหารแบบโปรตุกีสแท้ๆ เราขอแนะนำ Albergua 1601 ร้านอาหารโปรตุเกสที่ซ่อนตัวอยู่ใน Tap Saek ย่านที่มีตึกราบ้านช่องเป็นสไตล์ชิโนโปรตุกีสสุดคลาสสิคเป็นอีกนหึ่งมุมถ่ายรูปที่ควรมา

เมื่อเดินมาตามถนนเรื่อยเราก็จะพบกับป้ายร้าน  Albergue 1601 ร้านจะตั้งอยู่ในตึกเก่าสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ทุกคนตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็นเลยทีเดียว

อาหารภายในร้านจะเป็นสไตล์ตะวันตก รวมไปถึงการตกแต่งภายในร้านด้วย เมนูแนะนำที่มาร้านนี้แล้วห้ามพลาดได้แก่ Clams In Garlic Sauce (หอยกาบในซอสกระเทียมและไวน์ขาว) จานนี้ขอบอกเลยว่าคือที่สุดของที่สุด

ตัวซอสที่ราดมาบนหอยอร่อยมากๆ มีส่วนผสมของกระเทียมและไวน์ขาวปรุงรสมาได้อย่างดีเยี่ยมตัวซอสซึมเข้าไปสู่หอยได้อย่างดีเยี่ยมอร่อยมากจริงๆ 

o4685a81eb55edd6c1a90dd337a94_13

Advertisement

และต่อมาด้วยเมนู ยำปลาหมึกยักษ์ เปรี้ยวหวานกำลังดี ช่วยเพิ่มความหิวให้ทวีคูณมากขึ้นไปอีก และยังมีเมนูต่างๆ อีกมากมายที่ขอชื่นชมเลยว่าทำให้คนที่ไม่เคยทานอาหารโปรตุเกสมาก่อนถึงกับติดใจในความอร่อย

ใครชอบทานอาหารโปรตุเกสร้านนี้ต้องไปลองครับ บรรยากาศดีอาหารอร่อย เหมาะจะเลือกเป็นร้านดินเนอร์สุดพิเศษในมาเก๊าของคุณ

o4685a81eb55edd6c1a90dd337a94_15

5.อาหาร Macanese ระดับมิชลินสตาร์ 3 ดาว ที่ร้าน The Eight (8) ในโรงแรม Grand Lisboa

มาเที่ยวถึงมาเก๊าทั้งทีต้องลองอะไรที่หรูหราเข้ากับสไตล์ของเมืองมาเก๊าซะหน่อย The Eight ภัตตาคารหรูที่ตั้งอยู่ในโรงแรม Grand Lisboa โรงแรมและคาสิโน่แห่งแรกในมาเก๊านั่นเอง

ความหรูหราเริ่มต้นตั้งแต่เดินก้าวแรกเข้าสู่โรงแรมแห่งนี้ ตัวภัตตาคารตั้งอยู่ที่ชั้น 8 ของโรงแรม ภัตตาคารนี้จะยึดหลักฮวงจุ้ยว่าเลขแปดเป็นเลขนำโชคเพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างภายในร้านจะเป็นเลข 8 ไปหมด ทั้งการตกแต่งรวมถึงชื่อร้าน

the8interior1
the8interior2

เมื่อเดินเข้าไปสู่ห้องอาหารพนักงานก็จะเริ่มอธิบายคอร์สเมนูอาหารในวันนี้ให้แก่เรา และเริ่มเสิร์ฟน้ำชามะลิ ให้แก่ทุกคน คือแค่ได้ลองชิมชามะลิก็รู้ทันทีเลยว่าทำไมที่นี่ถึงได้ถูกยกย่องให้เป็นห้องอาหารระดับมิชลินสตาร์ เพราะขนาดแค่ชายังหอมและอร่อยขนาดนี้!

เริ่มต้นคอร์สเมนูแรกกันด้วย ฮะเก๋ากุ้งที่เสิร์ฟมาในรูปทรงของปลาทอง สัตว์นำโชคในความเชื่อของชาวจีน และขนมจีบกุ้งออนท็อปด้วยหอยเป่าฮื้อ บอกได้เลยว่าสองคำนี้คือฟิน! เป็นติ่มซำที่อร่อยมากๆ 

o4685a81eb55edd6c1a90dd337a94_9

ฮะเก๋ามีความกรอบและเด้งด้วยไส้กุ้งด้านใน ขนมจีบมีความหอมและหนึบสู้ฟันมากเพราะมีหอยเป่าฮื้ออยู่ด้านบนด้วย รสชาติอร่อยกลมกล่อมจานเพอร์เฟ็คเลยครับสำหรับจานนี้

จานที่สองซาลาเปาไส้หมูที่มีความน่ารักเพราะทางร้านปั้นซาลาเปามาเป็นรูปเม่นมีหนามด้วย ยอมใจในความละเอียดจริงๆ เคียงคู่มากับกุ้งนิ่งที่สอดไส้มาในแป้งพายทรงกระเป๋าถือเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ได้คะแนนความสร้างสรรค์ไปตั้งแต่เห็นภายนอก

ซาลาเปารสชาติอร่อยแป้งนุ่มใช้ได้ ส่วนกุ้งนึ่งที่ยัดไส้มาในแป้งพายทรงกระเป๋านั้นรสชาติอ่อนไปนิดหนึ่ง 

o4685a81eb55edd6c1a90dd337a94_8

มาต่อกันที่จานที่ 3 ในมื้อนี้ หมูหันหนังกรอบ และ หมูแดง เริ่มเข้าสู่เมนูหนักๆ กันบ้าง เริ่มต้นกันที่หมูหันหนังกรอบ ให้คะแนนความกรอบเต็ม 10 เลยจริงๆ เพราะเมื่อทานไปให้ความรู้สึกที่กรอบและไม่แห้งจนเกินไป อร่อยดีครับเมนูนี้ อีกหนึ่งเมนูในจานนี้ก็คือหมูแดงชิ้นโต ด้วยความที่ว่าหมูแดงนี้เป็นของขึ้นชื่อของคนจีนอยู่แล้ว เราจึงคาดหวังไว้มากเลยทีเดียว และเมื่อได้ลองทานหมูแดงที่นี่ บอกเลยว่าอร่อยเกินกว่าที่คิดไว้มาก หมูแดงชิ้นใหญ่ก็จริงแต่ไม่มีความเหนียวเลยสักนิด มีกลิ่นหอมของน้ำผึ้งนิดๆ เนื้อหมูมีความนุ่มชุ่มลิ้น เป็นอีกหนึ่งจานที่ชอบมากๆ ในคอร์สนี้ครับ

o4685a81eb55edd6c1a90dd337a94_7

จานต่อมาเป็นกระเพาะปลาและเนื้อเป็ด เป็นเมนูซุปที่ทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว รสชาติของน้ำซุปที่เคี่ยวจนมีความเหนียว ทานคู่กับเนื้อเป็ดและกระเพาะปลา เป็นการผสมผสานที่ลงตัวทานได้แบบคล่องคอจริงๆ

o4685a81eb55edd6c1a90dd337a94_6

มาถึงเมนูไก่ของร้านนี้ ที่ใช้ชื่อว่า Pai Pa Style Chicken ไก่ทอดกรอบหนังเกรียมๆ เสิร์ฟมาพร้อมใบกระเพราทอดกรอบ หนังไก่มีความกรอบแต่ด้านในยังคงนุ่มและชุ่มช่ำอยู่ ทานคู่กับกะเพรากรอบสร้างเทคเจอร์เพิ่มขึ้นไปอีก

o4685a81eb55edd6c1a90dd337a94_5

และมาถึงตรงนี้เราก็เริ่มจะอิ่มกันแล้วแต่ยังครับ! ยังไม่จบ เพราะมีเมนูผักตามมาอีกหนึ่งเมนู ก้านลิลลี่ผัดน้ำมันหอย ชื่อเมนูที่ไม่คุ้นหูเลยสักนิดแต่อร่อยไม่นิดเลยครับ ใครจะไปรู้ว่าก้านต้นลิลลี่จะสามารถนำมาทานอาหารได้อร่อยขนาดนี้ เรียกได้ว่าจากตอนแรกที่ว่าจะอิ่มๆ นี่กระเพาะเปิดขึ้นมาทันที อยากจะขอข้าวสวยสักจานจริงๆ 

o4685a81eb55edd6c1a90dd337a94_4

แล้วคำขอที่เราคิดในใจก็เป็นจริงขึ้นมา เหมือนกับร้านจะรู้ว่าเราต้องการข้าว เพราะไม่ทันไรพนักงานก็นำข้าวผัดทะเลมาเสิร์ฟให้แก่เรา ซึ่งข้าวถ้วยนี้เป็นการปิดท้ายอาหารมื้อนี้ของเราได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทานคู่กับก้านต้นลิลลี่ผัดน้ำมันหอย เป็นอะไรที่เข้ากันมากๆ อร่อยจนจานสุดท้ายจริงๆ

o4685a81eb55edd6c1a90dd337a94_3

ของคาวผ่านพ้นไปแล้ว ถึงเวลาของของหวาน ทางร้านเสิร์ฟเต้าฮวยนมสดออนท็อปด้วยแพรสด บลูเบอร์รี่ และราดด้วยนมแอลมอนด์ เป็นเมนูปิดท้ายที่มีความหอมหวานและสดชื่นมากๆ 

img_9985

เป็นประสบการณ์ทานอาหารระดับมิชลินสตาร์ 3 ดาว ที่ทำให้เราได้เปิดโลก และทำให้ได้เข้าใจจริงๆ ว่าความอร่อยระดับมิชลินสตาร์นั้นเป็นอย่างไร ใครมาเที่ยวมาเก๊าต้องลองดูสักครั้งครับ

 

ขอขอบคุณภาพและข่าวจาก https://www.sanook.com/travel/1412095/

รีวิวของกินอร่อยในมาเก๊า ตั้งแต่สตรีทฟู้ดไปจนถึงร้านระดับมิชลินสตาร์!
back to top